วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week3: Social Network กับนักเรียนและสังคมไทย

เมื่อพูดถึง social network ทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร เพราะเป็นสิ่งที่เราใช้กันอยู่ในทุกๆวัน แต่ถ้าถามว่าความหมายของ social network จริงคืออะไร? คงมีไม่กี่คนหรอกที่เข้าใจความหมายของมันจริงๆ


Social Network คือเครือข่ายสังคมออนไลน์  หรือการที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง เชื่อมโยงกับเพื่อนอีกนับสิบ รวมไปถึงเพื่อนของเพื่อนอีกนับร้อย  ผ่านผู้ให้บริการด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) บนอินเตอร์เน็ตทำให้เกิดสังคมเสมือนจริงขึ้นมา สามารถสร้างคอนเน็คชั่นใหม่ๆได้ง่าย และเมื่อเราแชร์ (Share) ข้อความหรืออะไรก็ตามลงไปในเครือข่าย  ทุกคนในเครือข่ายก็สามารถรับรู้ได้พร้อมกัน  และสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เราแชร์ได้  เช่น  แสดงความคิดเห็น (Comment)  กดไลค์ (Like) ซึ่งอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละผู้ให้บริการ




ในสังคมไทยสมัยนี้มีการใช้ social network กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะใช้กับธุรกิจ หรือการทำงาน สื่อบันเทิง รวมไปถึงการติดต่อกับเพื่อนผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่โซเชียลเน็ตเวิร์คมามีอิทธิพลกับเราได้ขนาดนี้ก็เพราะการทำงานที่รวดเร็วของมัน และสามารถแชร์ ส่งต่อ หรือเห็นกันได้ทั่วโลก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีกับธุรกิจอย่างมาก เพราะมันทำให้ผู้คนรู้จักกับของที่เราเสนอได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว แต่ถึงยังไงโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน อย่างข่าวที่เราเห็นกันทั่วไป คือ ภาพหลุด คลิปหลุด ที่ถูกแชร์ในโลกอินเตอร์เน็ตสิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนจำนวนมาก  



สำหรับนักเรียนกับ social network นี่เหมือนของคู่กันเลยก็ว่าได้ แทบจะไม่มีนักเรียนคนไหนที่ไม่เล่นมันด้วยซ้ำ เพราะบางทีนักเรียนต้องโซเชียลเพื่อเป็นการติดต่อเพื่อน การส่งงานให้กับอาจารย์ หรือการหาข้อมูลเพิ่มเติมรวมไปถึงการคุยกับเพื่อนเพื่อแก้เหงา ซึ่งมันเป็นสิ่งดีเพราะทำให้เราไม่ตั้งเสียตังค์ค่าโทรศัพท์เพื่อที่จะคุยกับเพื่อน แต่ในบางครั้งนักเรียนบางคนก็ใช้มันในแบบผิดๆ อย่างเช่น เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คในเวลาเรียน มันทำให้นักเรียนเสียการเรียนและเรียนวิชานั้นไม่รูเรื่อง หรือเล่นแต่โซเชียลทำให้ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น อย่างการบ้าน อ่านหนังสือ กินข้าว อื่น เพราะฉะนั้นนักเรียนควรใช้โซเชียลให้ถูกวิธี ถึงเวลาเล่นก็เล่น เวลาทำงานก็ทำงาน





ที่มา:
·       http://www.tnamcot.com/wp-content/uploads/image/2015/01/08/198.4.jpg








วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week2: เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้จะมาพูดถึงงานอดิเรกยามว่างกัน ซึ่งงานอดิเรกของแต่ละคนคงไม่เหมือนกันอยู่แล้วล่ะ บางคนอาจจะอ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือเล่นเกม แต่สำหรับฉันก็คือการดูหนัง ดูการ์ตูน ซึ่งวันนี้เลยถือโอกาสมารีวิวการ์ตูนเรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ฉันชอบดูมากๆ ดูไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อ อยากรู้ล่ะสิว่าคือเรื่องอะไร เรื่องนั่นก็คือ Coralineเราไปทำความรู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้กันเลยดีกว่าค่ะ




เรื่องย่อ:      

Coralline Jones รู้สึกเบื่อในบ้านใหม่ ครอบครัวของเธอ เธออยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือเป็นในแบบที่เธอชอบ แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น จนกระทั่งเธอได้พบประตูลับประตูหนึ่งซึ่งพาเธอไปอีกโลกหนึ่ง ในโลกนั้นมีทั้งความรัก ความสวยงาม และครอบครัวในแบบที่เธอต้องการ  และเธอชอบโลกนั้นเอามากๆเธอมักจะข้ามไปในโลกนั้นตลอด เธอได้เจอกับแม่คนใหม่ซึ่งเธอชอบแม่คนนั้นมาก แต่แล้วันหนึ่งเธอก็ได้พบกับความจริงว่าสถานที่ที่เธอไปนั้นไม่ได้สวยงาม ไม่ได้ดีเลิศในแบบที่เธอคิด ซึ่งที่นั่นเต็มไปด้วยความอันตราย ความหลอกลวง และแม่คนใหม่นั้นพยายามจะเก็บเธอไว้ในโลกนี้ตลอดกาล Coralline จะทำอย่างไรเพื่อจะหนีจากที่นี่ไปได้และจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยหรือไม่.......

ตัวละคร:



Coraline  Jones: เป็นตัวเอกของเรื่องนี้ เธอเป็นคนฉลาด ขี้สงสัย เจ้าความคิด แก้ปัญหาเก่ง และเป็นคนกล้าหาญ เธอไม่ชอบฝน หงุดหงิดง่าย เป็นคนเงียบๆออกจะเย็นชา และเธอรู้สึกรำคาญ ไม่ชอบทุกครั้งที่มีคนเรียกเธอว่า Caroline

Mrs. Mel Jones:  เป็นแม่ของโคราไลน์ เธอทำงานอยู่ที่บ้าน ยุ่งอยู่ตลอดเวลาและเธอก็ไม่ค่อยเอาใจใส่ลูกเท่าไร แต่เธอก็ยังคงรักและดูแลโคราไลน์อยู่เสมอ เธอเป็นคนดี น่ารัก และช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แต่โคราไลน์ค่อนข้างเบื่อแม่และไม่ชอบที่ต้องอยู่ในโอวาทของแม่ 


Mr. Charlie Jones: เป็นพ่อของโคราไลน์ เขาก็ทำงานที่บ้านเหมือนกันซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน เขารักโคราไลน์มากๆ เขาเป็นคนใจดี สุภาพบุรุษ กล้าหาญและชอบช่วยเหลือคน แต่พ่อก็เหมือนกับแม่โคราไลน์ไม่ชอบพ่อ และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมโคราไลน์ถึงชอบอยู่อีกโลกหนึ่งมากกว่า




The other mom: เธอเป็นแม่คนใหม่ของโคราไลน์ที่อยู่อีกโลกหนึ่งและเป็นวายร้ายของเรื่อง เธอเหมือนแม่จริงๆของโคราไลน์แต่สูงกว่าและผอมกว่า มีผมดำและมีตาที่ทำจากลูกปัด เมื่อเป็นอีกร่างเธอมีฟันที่แหลมคมเหมือนกับมีด ผิวขาวซีดเหมือนกระดาษ มีเล็บยาวสีแดงเข้ม เธอไม่สามารถสร้างอะไรใหม่ๆได้ ทำได้เพียงแค่ลอกเลียนเท่านั้น และเธอก็เปลี่ยนโลกให้เป็นในแบบที่โคราไลน์ชอบ 


Mr. Bobinski: เป็นเพื่อนบ้านของโคราไลน์ เป็นนักละครสัตว์ที่แสดงโชว์กับหนู เขาเป็นคนบ้าๆพูดอะไรแปลกๆ เขาสามารถคุยกับหนูได้และเขาส่งข้อความเตือนโคราไลน์เกี่ยวกับกับโลกใหม่ของเธอแต่เธอไม่ฟังเขา


Miss April Spink และ Miss Miriam Foreible: เป็นเพื่อบ้านของโคราไลน์เธอสองคนเป็นนักแสดงที่เลิกแสดงไปแล้ว  พวกเขาเตือนโคราไลน์ว่าจะเจอกับอันตรายหลังจากที่ดูดวงด้วยใบชาและให้หินชิ้นหนึ่งกับโคราไลน์ 


The three ghost children: เป็นวิญญาณเด็กผีสามตน ที่เป็นเหยื่อของแม่คนใหม่ เป็นเด็กผู้หญิง 2 คน เด็กชายอีก 1 คน โคราไลน์จะเป็นคนปลดปล่อยพวกเขาจากแม่เลี้ยงคนใหม่

The cat: เป็นแมวตัวสีดำ แมวตัวนี้ช่วยกระตุ้นและคอยเป็นคนนำทางให้แก่โคราไลน์ มันไม่มีชื่อ และมันก็ไม่ได้อยู่ในโลกใหม่ของโคราไลน์ แต่มันกับทะลุผ่านไปมาได้ทั้งสองโลก แต่มันสามารถพูดได้ในโลกใหม่ของโคราไลน์ มันนี่แหละที่เป็นตัวช่วยให้โคราไลน์หนีจากแม่คนใหม่ได้

ทำไมถึงชอบเรื่องนี้:
Coralline เป็นการ์ตูนที่สนุกมาก ดูกี่ที่ก็ไม่เบื่อ และฉันก็ประทับใจในคาแร็กเตอร์ของตัวละครเรื่องนี้มาก ทุกคนมีความโดดเด่นในตัวเอง และการถ่ายทำของเรื่องนี้ทำให้ฉันตกใจสุดๆเพราะมันเป็นการถ่ายแบบ “stop motion” ซึ่งมันต้องใช้ความอดทนและความสามารถมากๆที่จะทำออกมาให้ได้ขนาดนี้ และเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่การ์ตูนเรื่องๆหนึ่ง มันมีค่ามากกว่านั้นมันสอนเราว่าอย่าหลงในสิ่งที่สวยงามมากเกินไป สอนเกี่ยวกับครอบครัวว่าความจริงแล้วครอบครัวของเรานั่นแหละดีที่สุดแล้ว อย่าคิดที่จะอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ


*การถ่ายสต็อปโมชัน (stop motion):  เป็นแอนิเมชันที่ผู้ทำแอนิเมชันต้องสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของภาพขึ้นด้วยวิธีอื่น นอกเหนือจากการวาดบนแผ่นกระดาษ หรือแผ่นเซล และยังต้องยอมเมื่อยมือ ขยับรูปร่างท่าทางของส่วนประกอบเหล่านั้นทีละนิด ๆ แล้วใช้กล้องถ่ายไว้ทีละเฟรม ๆ
ที่มา: http://th.wikipedia.org/ wiki/สตอปโมชัน



เครดิตรูปภาพ:
·         http://jnai.ca/blog/wp-content/uploads/2013/10/wallpaper_widescreen.jpg

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week1: เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความเกี่ยวข้องและสำคัญในการดำรงชีวิต เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนวัยทำงาน คนชราหรือแม้กระทั่งผู้พิการ ใช้ในการพัฒนาความรู้สติปัญญาและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า นอกจากนี้เทคโนโลยียังนำไปใช้กับการเรียนการสอน  อุปกรณ์การแพทย์ การสื่อสาร และสื่อบันเทิง




ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ติดเทคโนโลยีกันมากโดยเฉพาะ สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ซึ่งพวกนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลที่เราอยากรู้เราก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาได้ เวลาเราเบื่อๆหรือไม่มีอะไรจะทำสมาร์ทโฟนนี่แหละเป็นเพื่อนแก้เหงาที่ดีตัวหนึ่ง เพราะในนี้มีแอพพลิเคชั่นต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียล เกม หรืออ่านหนังสือออนไลน์ เช่น facebook, line, instagram, snapchat, ibooks, dek-d และอื่นๆ 



เทคโนโลยีมีข้อดีคือช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน ทำให้เราได้รับรู้ข่าวสารอย่างรวดเร็ว มีโลกที่เปิดกว้าง ผู้คนมีการพัฒนาไปก้าวไกล สามารถใช้ติดต่อสื่อสารกันทั่วโลกไม่ว่าเราจะอยู่มุมไหน ส่วนไหนเราสามารถติดต่อกันได้อย่างไม่มีจำกัดและช่วยให้เราทำงานได้ยังมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ข้อเสียของมัน อย่างเช่นการที่เราอาศัยเทคโนโลยีมากเกินไป ผู้คนจึงติดความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง หรือการที่เราติดสมาร์ทโฟนมากเกินไป อาจทำให้เราเสียเวลาทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ เสียสุขภาพ และเสียโอกาสที่จะได้พบเจอคนใหม่ๆ รวมไปถึงอันตรายในโลกโซเชียล หากเรารู้ไม่เท่าทันผู้ที่ไม่ประสงค์ดี อาจทำให้เราได้รับอันตรายหรือโดนหลอก ซึ่งเราจะเห็นข่าวพวกนี้เป็นประจำ อย่างข่าวที่มีการหลอกขายของเพื่อเอาเงิน หรือการแชร์คลิปที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เป็นต้น ดังนั้นเราควรใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและใช้อย่างมีสติ



ที่มารูปภาพ :